หากพูดถึงภาพจำของกรุงเทพสำหรับคนทั่วโลก หนึ่งในภาพที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นพระปรางค์สูงริมแม่น้ำเจ้าพระยาของวัดอรุณ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกและเวลากลางคืนที่แสงไฟสะท้อนลงบนผิวน้ำ
วัดที่เชื่อมโยงกับจุดเริ่มต้นของกรุงเทพ
ตามเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จมาถึงวัดแห่งนี้ในช่วงรุ่งอรุณหลังเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ก่อนจะสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดมะกอก ก่อนจะได้รับการบูรณะและขยายในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ความเชื่อมโยงกับทั้งกรุงธนบุรีและยุคเริ่มต้นของกรุงเทพ ทำให้วัดอรุณมีความสำคัญมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป
พระปรางค์กลางและลวดลายเครื่องถ้วยจีน
จุดเด่นที่สุดของวัดอรุณคือพระปรางค์กลางขนาดใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบขอม แตกต่างจากวัดไทยที่เน้นพระอุโบสถและหลังคาซ้อนแบบดั้งเดิม
พื้นผิวของพระปรางค์ตกแต่งด้วยเครื่องถ้วยจีน เศษเซรามิก เปลือกหอย และลวดลายดอกไม้จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนยุคที่สยามมีการค้าทางเรือกับจีนอย่างคึกคักในช่วงต้นรัตนโกสินทร์
หนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของกรุงเทพ
แม้วัดอรุณจะถูกเรียกว่า Temple of Dawn แต่นักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับนิยมมาช่วงเย็น เพราะแสงแดดจะสะท้อนพื้นผิวพระปรางค์อย่างสวยงาม ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มเต็มไปด้วยเรือและแสงไฟจากสองฝั่งเมือง
การนั่งเรือข้ามแม่น้ำมายังวัดอรุณยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสบรรยากาศกรุงเทพยุคเก่า
ช่วง sunset เป็นเวลาที่ถ่ายรูปริมแม่น้ำได้สวยที่สุด
วัดอรุณกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพหลังพระอาทิตย์ตก
การเดินทางด้วยเรือยังคงเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์เที่ยววัดอรุณ
วิธีเดินทาง
วิธีที่สะดวกที่สุดคือเดินทางด้วย MRT ไปยังสถานีสนามไชย จากนั้นเดินไปท่าเตียนแล้วนั่งเรือข้ามฟากมายังวัดอรุณ หลายคนนิยมเที่ยวร่วมกับวัดโพธิ์ พระบรมมหาราชวัง และคาเฟ่ริมแม่น้ำในวันเดียว
แม้นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะใช้เวลาเพียงไม่นานในการถ่ายรูป แต่หากลองเดินช้าลง จะเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ มากมาย ทั้งลวดลายเครื่องถ้วย รูปปั้นยักษ์ วิวแม่น้ำ และภาพตัดกันระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณกับเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพยุคใหม่
ที่ตั้ง
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
ที่อยู่
158 Wang Doem Road, Wat Arun, Bangkok Yai, Bangkok 10600
โทรศัพท์
+66 2 891 2185เวลาเปิด
Daily 8:00 AM - 6:00 PM

